Clicky

Print Quality Troubleshooting – X3D | Innovative 3D Printing Solutions
X3D : Innovative 3D Printing Solutions
Cart 0

Print Quality Troubleshooting

รวบรวมปัญหาที่มักพบเจอบ่อยๆในการใช้ 3D Printer รวมถึงวิธีแก้ไขปัญหา เพื่อพัฒนาคุณภาพของชิ้นงานพิมพ์ 3 มิติ โดยหลายๆกรณีสามารถแก้ปัญหาผ่านการตั้งค่าโปรแกรม Slicer หรืออาจเป็นการแก้ไขที่ตัวเครื่องพิมพ์เองก็ได้

ฉีดเส้นพลาสติกไม่ออกขณะเริ่มพิมพ์

1. หัวฉีดชิดกับฐานพิมพ์เกินไป จนไม่มีช่องว่างให้พลาสติกไหลออกมา หากเกิดอาการนี้ควรตั้งระดับฐานพิมพ์ใหม่ ให้หัวฉีดไม่ติดกับฐานพิมพ์เกินไป หรืออาจใช้การตั้งค่าความหนา Layer แรก (First Layer Height) ให้เยอะขึ้นกว่าเดิมเพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างหัวฉีดและฐานพิมพ์

2. หากตั้งระดับฐานพิมพ์ใหม่แล้วยังฉีดพลาสติกไม่ออก อาจเป็นเพราะหัวฉีดตัน ให้ลองถอดหัวฉีดออกมาดู อาจมีเศษพลาสติกไหม้ค้างอยู่

3. ใช้ฟังก์ชั่น Skirt เพื่อวาด outline รอบชิ้นงานก่อนที่จะเริ่มพิมพ์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้หัวฉีดให้เส้นพลาสติกไหลต่อเนื่องมากขึ้น

เส้นพลาสติกไม่ติดฐานพิมพ์

1. หัวฉีดห่างกับฐานพิมพ์เกินไป หรือตั้งฐานพิมพ์ไม่ได้ระนาบ ให้ลองตั้งระดับฐานพิมพ์ใหม่อีกครั้ง หรือลดค่า First Layer Height ลง

2. Layer แรกพิมพ์เร็วเกินไป ทำให้เส้นพลาสติกเรียงตัวได้ไม่ดีและหลุดจากฐานพิมพ์ ลองตั้งความเร็ว First Layer Speed ให้ช้าลง

3. ตั้งอุณหภูมิฐานพิมพ์ต่ำเกินไป โดยเฉพาะเวลาพิมพ์ด้วย ABS ทำให้พลาสติกหดตัวและลอกออกจากฐานพิมพ์

4. เตรียมพื้นผิวฐานพิมพ์ โดยใช้ Blue Tape / กาวแท่ง / กาวน้ำ / สเปรย์ฉีดผม เพื่อช่วยให้พลาสติกชั้นแรกติดแน่นขึ้น

5. ใช้ Raft หรือ Brim ช่วย โดยเฉพาะชิ้นงานเล็กๆ ช่วยเพิ่มพื้นผิวสัมผัสให้ชิ้นงาน

ฉีดพลาสติกออกมาน้อยเกินไป (Under-Extrusion)

1. ตั้งค่า Filament Diameter ไว้ไม่ตรงกับเส้นพลาสติกที่ใช้ ทำให้โปรแกรมคำนวนปริมาณพลาสติกที่ฉีดออกไปผิดพลาด ควรใช้เวอร์เนียวัดขนาดเส้นที่เราใช้หลายๆจุดเพื่อหาค่าเฉลี่ยแล้วตั้งค่า Diameter ให้ตรงกัน

2. ใช้อุณหภูมิต่ำเกินไป ลองเพิ่มอุณหภูมิหัวฉีดสัก 5-10 องศา

3. เพิ่ม Extrusion Multiplier / Flow Rate เพื่อสั่งให้เครื่องฉีดพลาสติกออกมามากกว่าเดิม เช่นเดิมตั้งค่าไว้ 1.0 ลองเพิ่มขึ้นสัก 5% เป็น 1.05

ฉีดเส้นพลาสติกออกมาเยอะเกินไป (Over-Extrusion)

1. ใช้อุณหภูมิสูงไป ทำให้เส้นพลาสติกไหลออกมามากเกินกว่าปกติ ลองลดอุณหภูมิหัวฉีดลงสัก 5 องศา

2. ลด Extrusion Multiplier เช่นเดิมตั้งค่าไว้ 1.0 ลองลดลงสัก 5% เป็น 0.95

ผิวชิ้นงานด้านบนมีช่องว่าง

1. เพิ่มจำนวน Top Solid Layers หรือจำนวน Layer ที่ fill 100% ด้านบนของวัตถุ เพื่อปิดช่องว่าง โดยเฉพาะถ้าใช้ Layer Height ต่ำๆอย่าง 0.1 mm ลองเพิ่ม Top Solid Layers เป็น 5-7 ชั้น

2. ตั้ง Infill % ไว้ต่ำเกินไป ลองเพิ่ม infill เพื่อลดช่องว่างภายในตัววัตถุ โดยเฉพาะเส้น flexible ควรตั้ง infill อย่างน้อย 35-40%

 3. Under-Extrusion ดูวิธีแก้ไขด้านบน

ชิ้นงานมีเส้นใยเล็กๆเหมือนใยแมงมุม (Stringing)

1. ใช้อุณหภูมิสูงเกินไป ทำให้พลาสติกไหลย้อยออกจากหัวฉีดโดยไม่ตั้งใจ ลองลดอุณภูมิหัวฉีดสัก 5-10 องศา

2. เพิ่มค่า Retraction Distance เพื่อสั่งให้หัวฉีดดึงเส้นพลาสติกกลับมากขึ้นในจังหวะที่จะข้ามไปพิมพ์จุดอื่น สำหรับหัวฉีดแบบ Direct Drive ลองตั้งค่าไว้ประมาณ 1.5-3 mm และสำหรับหัวฉีดแบบ Bowden Extruder ควรตั้งค่าอย่างน้อย 4-5 mm

3. เพิ่มความเร็ว Travel / Movement Speed เพื่อให้พลาสติกมีเวลาไหลออกจากหัวฉีดน้อยลง

3. [Simplify3D] เปิดใช้ function "Avoid crossing outlines for travel movements" เพื่อหลีกเลี่ยงการเคลื่อนที่หัวฉีดข้ามพื้นที่ว่าง

ความร้อนสะสม (Overheating)

1. ช้อุณหภูมิสูงเกินไป ทำให้บางส่วนของชิ้นงานบิดเบี้ยว ลองลดอุณภูมิหัวฉีดสัก 5-10 องศา

2. เปิดใช้พัดลมเป่าชิ้นงาน (Cooling fan) เพื่อให้พลาสติดเย็นตัวเร็วขึ้น

3. พิมพ์เร็วเกินไป ทำให้ layer ที่พิมพ์ไปก่อนหน้าเย็นตัวไม่ทัน ลองตั้งค่าความเร็วต่ำลง หรือเพิ่มค่า Minimum layer time เพื่อลดความเร็วหัวฉีดสำหรับ layer ที่ใช้เวลาพิมพ์ไม่กี่วินาที

4. พิมพ์ชิ้นงานสองชิ้นพร้อมกัน เพื่อเป็นการเพิ่มเวลา cool down ของแต่ละชิ้น

ชิ้นงานเขยื้อนในแนวระนาบ (Layer shift)

1. ตั้งความเร็ว Printing Speed / Movement Speed สูงเกินไป อาจทำให้มอเตอร์ข้าม step ทำให้พิมพ์ชิ้นงานเขยื้อนในแกน XY ลองลดความเร็วลง

2. ประเด็นเรื่องกลไก Mechanic หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของตัวเครื่องพิมพ์ เช่นสายพานตึงหรือหย่อนเกินไป หรือใช้งานเครื่องพิมพ์ในที่อากาศร้อน ทำให้วงจร overheat จ่ายกระแสให้มอเตอร์ไม่เพียงพอ และทำให้หัวฉีดเคลื่อนที่ไม่แม่นยำ แนะนำให้ปรึกษาผู้ผลิต

Layer แยกตัวออกจากกัน

1. ใช้ Layer Height สูงเกินไป ทำให้ layer แยกตัวออกจากกันได้ง่าย ไม่ควรตั้ง layer height เกิน 80% ของขนาดหัวฉีด เช่นถ้าใช้หัวฉีด 0.4mm ควรใช้ layer height ต่ำกว่า 0.32mm เพื่อให้หัวฉีด "อัด" เส้นพลาสติกแต่ละชั้นให้จับตัวกันแน่นมากขึ้น

2. ใช้อุณหภูมิต่ำเกินไป ทำให้พลาสติกเชื่อมติดกันได้ไม่แน่น ลองเพิ่มอุณหภูมิหัวฉีดดูสัก 5-10 องศา

3. [สำหรับเวลาพิมพ์ ABS] หาอะไรมาคลุมเครื่องพิมพ์ขณะทำงาน เช่นปิดประตูหรือครอบฝาอคริลิค หรือหาลังกระดาษมาครอบตัวเครื่องไว้เพื่อให้อุณหภูมิในเครื่องคงที่มากขึ้น ป้องกันลมพัดโดนชิ้นงาน

เส้นพลาสติกถูกเฟืองขับกัดเป็นร่อง

1. ใช้อุณหภูมิต่ำเกินไป ลองเพิ่มอุณหภูมิหัวฉีดสัก 5-10 องศาเพื่อให้พลาสติกไหลได้ง่ายขึ้น

2. พิมพ์เร็วเกินไป ทำให้มอเตอร์ออกแรงดันเส้นมากเกินไป ลองลด Printing Speed ลง

3. เช็คว่าหัวฉีดตันหรือไม่ ดูวิธีแก้ไขด้านล่าง

หัวฉีดตัน (Clogged Extruder / Nozzle)

1. เปิดความร้อนที่หัวฉีดแล้วใช้มือดันเส้นพลาสติกจนมีพลาสติกไหลออกมาจากหัวฉีด

2. ดึงเส้นพลาสติกออกจากหัวฉีด ตัดปลายเส้นให้เรียบ แล้วโหลดเส้นดันเข้าไปใหม่

3. หากยังฉีดพลาสติกไม่ออก ให้ถอดหัวฉีดออกมาเพื่อเอาเศษพลาสติกที่ติดอยู่ออกจากหัวฉีด (หรือท่อเทฟล่อน) หรือนำหัวฉีดไปเผาไฟแล้วใช้สายกีต้าร์แยงรูให้เศษพลาสติกหลุดออกมา

มีช่องว่างระหว่าง Infill และ Perimeter

1. พิมพ์เร็วเกินไป ลองลดความเร็วลงสักนิด

2. เพิ่มค่า Infill Outline Overlap เป็น 30-40%

พลาสติกหยุดฉีดระหว่างการพิมพ์

1. เส้นพลาสติกหมดระหว่างพิมพ์งาน สามารถเช็คได้โดยดูที่ม้วนพลาสติก

2. เส้นพลาสติกพันกันในม้วน ทำให้มอเตอร์ดึงเส้นไม่ออก แก้ไขโดยการเก็บปลายเส้นพลาสติกทุกครั้งหลังใช้งาน

3. หัวฉีดตัน ดูวิธีแก้ไขด้านบน

4. เส้นพลาสติกถูกเฟืองขับกัดเป็นร่อง ดูวิธีแก้ไขด้านบน

เครื่องพิมพ์ไม่ยอมพิมพ์รายละเอียดเล็กๆ บนชิ้นงาน

1. ออกแบบชิ้นงานใหม่ให้มีความหนากว่าเดิม เช่นถ้าหัวฉีดมีขนาด 0.4mm ก็ไม่ควรมีส่วนไหนที่เล็กกว่านี้เนื่องจากจะทำให้พิมพ์ไม่ได้

2. ใช้หัวฉีดที่มีขนาดเล็กลง เช่น 0.3mm เพื่อเพิ่มความละเอียดในการพิมพ์ แต่ก็จะใช้เวลาพิมพ์มากขึ้นด้วย

3. หลอกโปรแกรมให้พิมพ์ส่วนเล็กๆ เช่นตั้งค่า Extrusion width ต่ำกว่าปกติเช่น 0.3mm หากใช้วิธีนี้อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพและความแม่นยำโดยรวมของชิ้นงาน

Credit: Simplify3D