X3D : Innovative 3D Printing Solutions
Cart 0

เลือก 3D Printer รุ่นไหนดี? 3D Printer Selection Guide

การเลือกใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติสักเครื่อง มีปัจจัยให้พิจารณาหลายอย่าง เช่นคุณภาพงานพิมพ์ คุณภาพงานประกอบเครื่อง ความยาก-ง่ายในการใช้งาน วัสดุพิมพ์ที่รองรับ ต้นทุนการดำเนินการ ซอฟท์แวร์ และอื่นๆ ใน 3D Printer Guide ฉบับนี้ทีมงาน X3D ได้รวบรวมปัจจัยที่เราเห็นว่ามีความสำคัญที่สุด เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจของท่าน

1. พื้นที่พิมพ์งาน (Build Volume)

พื้นที่พิมพ์งานคือขนาดของชิ้นงานที่ใหญ่ที่สุดที่เครื่องสามารถพิมพ์ได้ มีตั้งแต่ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือไปจนถึงใหญ่เกือบครึ่งเมตร ควรเลือกขนาดของเครื่องตามการใช้งานจริง หลายๆคนอาจต้องการเครื่องพิมพ์ที่ใหญ่ไว้ก่อนเพื่อรองรับงานหลายแบบ แต่หากใช้งานจริงแล้วพิมพ์งานเฉพาะขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ก็อาจไม่ได้ใช้ประโยชน์และทำให้ต้องซื้อเครื่องราคาแพงกว่าความจำเป็น เครื่องพิมพ์ที่มีขนาดกลางๆก็สามารถสร้างงานชิ้นใหญ่ได้ โดยใช้วิธีแบ่งโมเดลเป็นส่วนๆแล้วพิมพ์มาประกอบกัน (ปกติแล้วการพิมพ์งานชิ้นใหญ่เช่น 30-40 cm ขึ้นไปอาจใช้เวลาหลายวัน ทำให้มีความเสี่ยงที่งานจะเสียเพิ่มขึ้น เช่นไฟดับ เส้นหมด หัวตัน ชิ้นงานโก่งจากการหดตัว การพิมพ์แยกส่วนจึงเป็นทางเลือกที่ดีในหลายกรณี)

2. ความละเอียด / คุณภาพงานพิมพ์ (Print Quality)

ความละเอียดของเครื่องพิมพ์ 3 มิติมักดูจากค่า Layer Resolution ต่ำสุดที่เครื่องทำได้ (ยิ่งค่าน้อยยิ่งละเอียด) แต่บ่อยครั้งตัวเลขนี้มักเป็นเพียงสเปคบนหน้ากระดาษเท่านั้น เครื่องพิมพ์ที่มีค่าความละเอียดสูง ไม่ได้รับประกันว่าจะพิมพ์งานได้สวยเสมอไป ปัจจัยสำคัญที่กำหนดคุณภาพงานพิมพ์อีกสองอย่างคือคุณภาพของวัสดุที่ใช้ และ Software ที่ควบคุมเครื่อง การประเมินคุณภาพงานพิมพ์ จึงควรตัดสินจากชิ้นงานที่ออกมาจากเครื่องจริงๆ โดยการขอชิ้นงานตัวอย่างจากผู้ขายหรืออ่านรีวิวเครื่องจากผู้ใช้งานจริง

3. ความง่ายในการใช้งาน (Ease of Use)

ความง่ายในการใช้งาน คือปัจจัยที่มักถูกมองข้าม เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้ระบุในสเปคของเครื่อง แต่มีความสำคัญมากๆโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน สำหรับผู้ใช้งานในธุรกิจที่ต้องการประหยัดเวลา ควรเลือกใช้เครื่องพิมพ์ที่ใช้งานได้ง่าย เช่นมีฟังก์ชั่นปรับระดับฐานพิมพ์อัตโนมัติ มีระบบต่องานหากเกิดไฟดับหรือเส้นหมดกลางทาง และมี Software ที่ไม่ต้องตั้งค่าจุกจิก ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการทดลองปรับจูนค่าการพิมพ์ต่างๆก็สามารถเลือกเครื่องพิมพ์สไตล์ Open-source ที่มักมีราคาถูกกว่า แต่ก็อาจเสียเวลาในการเรียนรู้และทดลองมากขึ้น

4. บริการหลังการขาย (After-sales Service)

เครื่องพิมพ์ 3 มิติเป็นอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนพอสมควร แม้แต่เครื่องพิมพ์ที่ถือว่าใช้งานง่ายยังต้องใช้เวลา 15-30 นาทีในการ Setup เครื่อง ผู้ใช้งานควรมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับวัสดุพลาสติก ระบบขับเคลื่อนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น บริการหลังการขายจึงสำคัญมากในการใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ผู้ใช้งานควรเลือกซื้อเครื่องพิมพ์จากผู้ขายที่มีการรับประกัน มีศูนย์บริการและมีทีมงานที่ให้คำปรึกษาได้ ในกรณีที่เจอปัญหาต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถใช้งานเครื่องได้อย่างราบรื่นที่สุด

 

Image Credits: 3D Hubs