Clicky

รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ UP BOX+ 3D Printer Review – X3D : Innovative 3D Printing Solutions
X3D : Innovative 3D Printing Solutions
Cart 0

รีวิวเครื่องพิมพ์ 3 มิติ UP BOX+ 3D Printer Review

ในครั้งที่แล้วเราได้ทำการรีวิวเครื่องพิมพ์ UP mini 2 ไปเป็นที่เรียบร้อย ในวันนี้ทีมงาน X3D จะพาท่านมาดูเครื่องพิมพ์รุ่นใหญ่อย่างเครื่อง UP BOX+ (อัพ บ็อกซ์ พลัส) กันบ้าง ไปชมกันเลยครับ

สรุปจุดเด่น UP BOX+

  • พิมพ์งานได้ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับทำงาน Prototype หลายรูปแบบ
  • คุณภาพงานพิมพ์ระดับ HD ด้วยความละเอียดสูงสุด 100 micron
  • ตัวเครื่องมีฝาปิดทุกด้าน พิมพ์งาน ABS ได้เสถียรและคุณภาพสูง
  • หัวฉีดทำความร้อนได้สูงสุด 300 องศา ใช้ได้กับวัสดุเกือบทุกชนิดในตลาด
  • พิมพ์งานเร็วกว่า UP mini 2 / UP Plus 2 ประมาณ 20%
  • Software ใช้งานง่ายมาก เหมาะสำหรับมือใหม่
  • มีระบบปรับฐานพิมพ์อัตโนมัติ พร้อม Wi-Fi และ HEPA Air Filter

เครื่องพิมพ์ UP BOX+ ผลิตโดยบริษัท Tiertime ผู้ผลิตเดียวกับเครื่องรุ่น UP mini 2 และ UP Plus 2 ที่เป็นที่นิยมทั่วโลก โดย UP BOX+ มีขนาดพิมพ์ที่ใหญ่กว่าเครื่องอื่นๆ เป็นเครื่องรุ่นที่สอง พัฒนาต่อจากเครื่อง UP BOX รุ่นแรก มีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกัน แต่เพิ่มเติมฟังก์ชั่นและอัพเกรดชิ้นส่วนต่างๆให้ดีกว่าเดิม ซึ่งมีจุดที่ปรับปรุงดังนี้

Upgrade List UP BOX+ New Version

  1. เพิ่มการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi
  2. Blackout Recovery พิมพ์งานต่อจากจุดเดิมได้หลังไฟดับ มีประโยชน์สำหรับการพิมพ์งานขนาดใหญ่ ที่บางครั้งต้องพิมพ์ข้ามวันข้ามคืน พิมพ์งานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องไฟดับ
  3. Filament Detection ระบบแจ้งเตือนเมื่อเส้นพลาสติกหมดระหว่างพิมพ์ โดยเครื่องจะหยุดพิมพ์อัตโนมัติ รอให้ผู้ใช้เติมเส้นม้วนใหม่ เป็นฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การพิมพ์งานชิ้นใหญ่อีกเช่นกัน
  4. เพิ่มพัดลมระบายความร้อนที่หัวฉีดอีกหนึ่งตัว และเพิ่มสกรูยึดหัวพิมพ์ให้แน่นหนามากขึ้น
  5. เพิ่มลูกบิดปรับระดับใต้ฐานพิมพ์ 4 จุด สำหรับผู้ที่ต้องการปรับระดับแบบ Manual
  6. ที่วางม้วนพลาสติกรองรับพลาสติกม้วนใหญ่ 1 kg ได้ (รุ่นก่อนหน้าใส่ได้แค่พลาสติกม้วนเล็ก)

ส่วนประกอบตัวเครื่อง

UP BOX+ เป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติแบบตั้งโต๊ะที่มี Design ทันสมัย มีส่วนโค้งเว้าสีส้มสลับสีดำ ตัวเครื่องทำจากพลาสติกหุ้มโครงเหล็กอย่างดี มีฝาปิดด้านหน้าและด้านบนของเครื่อง และที่วางม้วนพลาสติกอยู่ทางด้านขวา แถมแถบไฟ LED กะพริบหน้าฐานพิมพ์ก็ให้ความรู้สึกที่หรูหราอีกด้วย โดยแถบไฟนี้จะเปลี่ยนสีตามสถานะของเครื่องพิมพ์ เช่นสีเขียวคือพร้อมใช้งาน สีน้ำเงินคือกำลังพิมพ์งาน เป็นต้น

โครงสร้างของฐานพิมพ์เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม พิมพ์งานได้ขนาด 255 x 205 x 205 mm โดยตามปกติของเครื่องพิมพ์ UP จะมีฐานพิมพ์ให้เราเลือกสองแบบคือแบบผิวเรียบ (สำหรับพิมพ์ PLA) และแบบมีรู (สำหรับพิมพ์ ABS ช่วยยึดเกาะขอบชิ้นงานได้ดีขึ้น) ซึ่งฐานพิมพ์สามารถถอดออกจากตัวเครื่องได้ สะดวกในการแกะชิ้นงานและทำความสะอาด

ฐานพิมพ์มีให้เลือกใช้ทั้งแบบผิวเรียบ และแบบมีรู สำหรับวัสดุต่างประเภท

เครื่อง UP BOX+ ออกแบบให้มีโครงสร้างแบบปิดสนิททุกด้าน ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้มีข้อดีอยู่หลายอย่าง อย่างแรกคือช่วยให้อุณหภูมิในเครื่องพิมพ์ค่อนข้างอุ่นเวลาทำงาน ทำให้พิมพ์ชิ้นงาน ABS ได้ดีขึ้น ลดปัญหาขอบชิ้นงานงอตัวและรอยแตกด้านข้างชิ้นงาน เนื่องจากพลาสติกจะไม่หดตัวเร็วเกิน อย่างที่สองคือเก็บเสียงได้ดี ทำงานเงียบ และสุดท้ายคือลดกลิ่นเหม็นไหม้จากการละลายพลาสติก ซึ่งข้อนี้เครื่อง UP BOX+ ทำได้ดีเนื่องจากมีตัวกรองอากาศติดตั้งมาให้ในเหมือนกับเครื่อง UP mini 2

การใช้งานเครื่องพิมพ์

การเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ผ่านสาย USB หรือเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Wi-Fi กรณีใช้สาย USB ผู้ใช้งานสามารถดึงสายออกได้หลังจากส่งข้อมูลงานพิมพ์ไปที่เครื่องเสร็จสิ้น ไม่จำเป็นต้องเสียบคอมพิวเตอร์ค้างไว้ตลอดการพิมพ์

ปุ่มควบคุมข้างเครื่อง เข้าถึงฟังก์ชั่นที่ใช้งานบ่อยได้อย่างง่ายดาย

การควบคุมเครื่องนอกจากจะทำได้ผ่าน Software UP Studio แล้ว ยังสามารถใช้ปุ่มกดด้านข้างเครื่องได้ด้วย โดยจะมีคำสั่งที่ใช้งานบ่อยๆเช่นเปิด-ปิดไฟในเครื่อง ถอด-ใส่เส้นพลาสติก และปุ่ม Pause/Resume/Stop Print ทำให้สั่งงานเครื่องได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์

ในส่วนของการ Calibrate สามารถปรับระดับฐานพิมพ์แบบอัตโนมัติ (Fully Automatic) ไม่ต้องใช้มือหมุนปรับระดับเอง โดยบริเวณหัวฉีดจะมีเซนเซอร์วัดระยะที่จะวัดความสูงของฐานพิมพ์ในแต่ละจุดเพื่อปรับค่าระดับใน Software ซึ่งการปรับระดับแบบอัตโนมัตินี้มีประโยชน์มากๆ เพราะช่วยลดขั้นตอนในการใช้งานเครื่อง และลดโอกาสในการพิมพ์งานเสีย (ปัญหาในการพิมพ์งาน 3 มิติ ส่วนมากเกิดจากการตั้งฐานไม่ได้ระดับ)

วัสดุพิมพ์ และ Software

เครื่อง UP BOX+ สามารถใช้พิมพ์งานได้ด้วยวัสดุหลายชนิด เนื่องจากใช้หัวฉีดแบบ All-metal Hot-end ทำอุณหภูมิได้สูงถึง 300 องศา โดยวัสดุที่แถมมากับเครื่องจะเป็นเส้น ABS ของ UP พิมพ์งานออกมามีสีด้านและดูเรียบเนียนกว่าเส้น ABS ทั่วไป หรือหากต้องการใช้วัสดุชนิดอื่นก็ใช้ได้เช่นกัน เนื่องจากใน Software สามารถตั้งค่าอุณหภูมิหัวฉีดและฐานพิมพ์ได้อย่างอิสระ

ในส่วนของซอฟท์แวร์ที่ใช้ควบคุมเครื่องคือ UP Studio โปรแกรมตัวเดียวที่ใช้กับ UP mini 2 (ดูรายละเอียดการใช้ Software ได้ในรีวิว UP mini 2) เป็นโปรแกรม Slicer ที่ใช้งานง่าย ตั้งค่าเพียง 2-3 อย่างก็สั่งพิมพ์งานได้เลย มีการประเมินระยะเวลาและน้ำหนักวัสดุที่ต้องใช้ก่อนเริ่มพิมพ์ และสร้าง Support ให้ชิ้นงานโดยอัตโนมัติ มีจุดเด่นคือไม่ต้องปรับค่าเยอะก็พิมพ์งานสวยได้ เนื่องจากผู้ผลิตตั้งค่าการพิมพ์ที่เหมาะกับตัวเครื่องและวัสดุมาให้แบบเสร็จสรรพ

คุณภาพงานพิมพ์

คุณภาพงานพิมพ์จากเครื่อง UP BOX+ ถือว่าอยู่ในระดับท็อปๆของเครื่องพิมพ์ FDM ชนิดตั้งโต๊ะ สามารถขึ้นรูปชิ้นงานที่ความละเอียดสูงสุด 100 micron ต่อชั้น Layer ผลงานที่ออกมาสวยเนียน เก็บรายละเอียดชิ้นงานได้คมชัด พิมพ์ ABS ชิ้นใหญ่แบบสบายๆ ทั้ง Support และ Raft ก็แกะง่ายมากๆด้วยเช่นกัน นอกจากพิมพ์งานสวยแล้ว ยังพิมพ์ได้เร็วอีกด้วย โดยมีความเร็วการพิมพ์เฉลี่ยสูงกว่าเครื่อง UP Plus 2 ถึง 20%

โมเดลหุ่นยนต์ UP Robot ที่สามารถขยับแขนขาได้

Bearing ชิ้นส่วนกลไก สามารถปริ้นท์ได้เป็นชิ้นเดียว ไม่ต้องประกอบ

ชิ้นงานทดสอบเครื่องพิมพ์ FDM จากเว็บไซต์ 3D Hubs

พิมพ์ Jig ประกอบชิ้นงาน สำหรับใช้งานในไลน์ผลิต

Desktop 3D Printer ที่น่าใช้งานที่สุด

UP BOX+ เป็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติชนิดตั้งโต๊ะระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อการศึกษา รวมทั้งการสร้างชิ้นงาน Prototype ทั่วไป ด้วยคุณภาพงานพิมพ์ระดับมืออาชีพ การออกแบบที่เน้นความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน และตัวเครื่องที่ออกแบบให้ใช้งานได้ง่ายและเสถียรที่สุด ทำให้เครื่อง UP BOX+ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม ทั้งมือใหม่หัดใช้งานไปจนถึงมืออาชีพ

UP BOX+ เหมาะกับใคร?

UP BOX+ เหมาะกลุ่มกับผู้ใช้งานต่อไปนี้:

  • โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษา
  • Co-working space / Makerspace / Design Studio
  • บริษัท SME หรือผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการเครื่องพิมพ์ 3 มิิติสำหรับสร้างงาน Prototype ที่ใช้งานง่ายที่สุด

คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อเครื่อง UP BOX+



    Older Post Newer Post


    • Poomtep Rattanapun on

      Would you please have more detail with a 3D printer?


    Leave a comment